นั่งเรือชมน้ำตกในเขื่อนขุนด่าน

ล่องเรือเหนือเขื่อน
ล่องเรือเหนือเขื่อนล่องเรือเหนือเขื่อน

ในห้วงเวลาของความโศกเศร้าของคนไทย มาพร้อมกับการตามรอยที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จพระราชดำเนินไปยังสถานที่ต่างๆ ตลอดจนโครงการของพระองค์ นอกจากจะมีขึ้นเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของราษฎรในพื้นที่แล้ว ยังกลายเป็นแหล่งเรียนรู้ แหล่งพักผ่อนหย่อนใจ ไปในคราวเดียวกันอีกด้วย เหมือนเช่นที่นี่ …. จ.นครนายก

เขื่อนขุนด่านปราการชล ถือเป็นเขื่อนใหญ่สุดของเขาใหญ่ฝั่งนครนายก เป็นเขื่อนคอนกรีตบดอัดที่มีความยาวที่สุดในโลก รวมเขื่อนหลักและเขื่อนรองยาว 2,593 เมตร ความสูงของเขื่อน (สูงสุด) 93 เมตร รับน้ำที่ไหลจากอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ผ่านน้ำตกเหวนรกลงสู่อ่างเก็บน้ำมีความจุ 224 ล้านลูกบาศก์เมตร สร้างเสร็จ และเริ่มกักเก็บน้ำในปี 2548 และได้รับพระราชทานชื่อว่า เขื่อนขุนด่านปราการชล ซึ่งมาจากชื่อของ “ขุนหาญพิทักษ์ไพรวัน” หรือ “ขุนด่าน” วีรชนของนครนายก ผู้ปกป้องชาวไทยจากการรุกรานของกองทัพเขมร สมัยกรุงศรีอยุธยา

การเดินทางไปเขื่อนขุนด่านฯ ใช้เส้นทางเดียวกับทางไปน้ำตกนางรอง แต่จะมีทางแยกซ้ายมือไปเขื่อน ก่อนถึงน้ำตกนางรอง 2 กม. เลี้ยวซ้ายเข้าไปอีกหน่อย ถึงวงเวียนเล็กๆ มีแยกซ้ายมือขึ้นชมสันเขื่อน ลานจอดรถอยู่ก่อนถึงตัวเขื่อน มีการจัดการเป็นที่ทางมากขึ้น ไม่ให้ไปจอดใกล้สันเขื่อนเหมือนแต่ก่อน ถึงกระนั้น คนไปเที่ยวสันเขื่อนก็เยอะกว่าแต่ก่อนมาก จนบางครั้งถึงขั้นรถติดตั้งแต่โค้งเขา ก่อนถึงลานจอดรถเลยทีเดียว โดยเฉพาะช่วงวันหยุด

นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะเดินชมสันเขื่อน มองเห็นวิวไปได้ไกล ฝั่งหนึ่งเป็นเมืองนครนายก อีกฝั่งเป็นเวิ้งน้ำกับขุนเขาใหญ่ ที่สลับซับซ้อน เมื่อก่อนเคยไปยืนมองดู พร้อมกับคิดไปว่า ในซอกหลืบของทิวเขาเหนือเวิ้งน้ำกว้างใหญ่นั่น จะมีอะไรบ้าง วันนี้ รู้แล้วว่า มีน้ำตกสวยๆ อยู่ 2-3 ตัวให้เข้าไปเล่นน้ำได้ คือ น้ำตกผางามงอน, น้ำตกคลองคราม และน้ำตกช่องลม เลยพาคุณผู้อ่านล่องเรือไปดูพร้อมๆ กันเลย มีบริการเรือหางยาว จอดเรียงเป็นแถวเป็นแนวอยู่ด้านใน จุดตั้งโต๊ะติดต่อเช่าเรือ จัดไว้มุมหนึ่งติดกับลานจอดรถ มีการกำหนดค่าบริการชัดเจน

จากจุดลงเรือสันเขื่อน ใช้เวลาล่องไปถึงน้ำตกผางามงอน ซึ่งเป็นตัวไกลสุด ราวๆ 7 กม. ใช้เวลาประมาณ 45 นาที เรียกว่า เพลินไปกับเงาไม้ในสายน้ำและเกาะแก่งกันยาวๆ ไป โชคดีช่วงนี้น้ำในเขื่อนเยอะ ซึ่งยี่ยอกว่า ต้องล่องเรือมาฝั่งขวาก่อน ก็เข้ามาน้ำตกตัวในก่อน แล้วค่อยเลาะออกฝั่งซ้ายก็จะแวะเที่ยวน้ำตกอีก 2 ตัว น้ำในเขื่อนปีนี้เก็บได้เยอะกว่าปีก่อนๆ ดูแล้วอีกราวเมตรเศษๆ ก็จะถึงขีดสุดของบานประตูระบายน้ำแล้ว พอน้ำเยอะแบบนี้ การเข้าไปเที่ยวน้ำตก จึงไม่ต้องเดินไกลมาก

“น้ำตกเหวนรกจะต้องล่องเรือลึกเข้าไปอีกประมาณ 4 กม. แล้วต้องเดินเท้าอีกราวๆ 2 กม. เพราะน้ำไปไม่ถึง เรือเข้าไปไม่ได้ ส่วนน้ำตกต้นน้ำเรือเข้าไปไม่ได้ เพราะมีท่อนไม้ใหญ่เกะกะขวางทาง” ยี่ไขข้อข้องใจเมื่อเราถามถึงชั้นล่างของเหวนรก

น้ำตกผางามงอน ที่อยู่สูงหน่อย จากเดิมที่อาจจะใช้เวลาเดินพอสมควร คราวนี้เลยเดินแค่ราวๆ 40 เมตรก็ถึงแล้ว น้ำตกตัวนี้ มีเป็นชั้นๆ เท่าที่เห็น ก็ 2-3 วัน โดยชั้นบนสุดทิ้งดิ่งเป็นเส้นตรงลงมาจากเขา ก่อนจะซอกซอนไปตามก้อนหิน ลงมาทิ้งตัวเล็กๆ ชั้นล่าง ใครไปเที่ยวผางามงอน ค่อยๆ ดู ค่อยๆ มอง อาจจะได้เห็นดอกลิ้นมังกรสีส้มโอลด์โรส อยู่ข้างก้อนหินใหญ่ด้วยนะ

ออกจากผางามงอน เลาะกลับมาตามฝั่งซ้าย มีแยกของเกาะ เข้าไปอีกพอสมควร ถึงได้เห็น น้ำตกคลองคราม คราวนี้ไม่ต้องเหนื่อยเดินเลย เพราะน้ำตกมาอยู่ตรงหน้าเรานี่เอง ด้วยเพราะน้ำในเขื่อนสูง เรือจอดเทียบแนวก้อนหินหน้าน้ำตก แค่ลงเรือ ก็เล่นน้ำได้แล้ว เหมือนเป็นแอ่งหน้าน้ำตก แต่ค่อนข้างลึก เพราะตัวน้ำตกอยู่ติดน้ำเขื่อนเลยทีเดียว พอๆ กับ น้ำตกช่องลม ที่อยู่ถัดขึ้นมาทางเขื่อนอีกร่องเขา น้ำตกตัวนี้ค่อนข้างแรง และไม่อยู่ในทะเลลงเล่นน้ำได้ เลยได้แต่ปีนไปถ่ายรูปเล่นก็พอ และที่ชอบใจน้ำตกตัวนี้ก็เพราะร่องน้ำที่เข้าไปหน้าน้ำตก เป็นเวิ้งน้ำที่ดูสวยสงบ ขนาดว่า นอนอ่านหนังสือในเรือจอดไว้เฉยๆ ก็ยังได้

แค่แป๊บๆ ใช้เวลาหมดไป 3 ชั่วโมงอย่างรวดเร็ว แบบไม่รู้ตัว เพลินอยู่เหนือเขื่อนที่นอกจากระบายทุกข์คนนครนายกแล้ว ยังช่วยให้ผู้มาเยือนเพลิดเพลินใจไปอีกด้วย